King

สวัสดีครับอัพบล็อคคราวนี้ อาจจะเป็นการเป็นงานสักนิดหนึ่งเนื่องในวโรกาสฉลองศิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลก ขณะที่ผมนั่งอัพบล็อคอยู่ก็ได้ดูรายการถ่ายทอดสดพระราชพิธีด้วย งวดนี้ผมตั้งใจดูเป็นพิเศษ เพราะภาพที่ออกสู่สายตาในขณะนั้น เป็นภาพที่นับว่าหาชมได้ยากมาก ในหลวงของเราอยู่ท่ามกลางพสกนิกร ซึ่งจำนวนอย่าให้ผมนับจำนวนเลยครับ ผู้คนล้นหลามขนาดเต็มลานพระบรมรูปทรงม้าแถมมีล้นเกินไปยังแถวถนนพระราชดำเนินเสียอีก ดูแล้วรู้สึกประทับใจยังไงไม่รู้ บอกไม่ถูกเหมือนกัน

แต่ที่รู้สึกปลื้มปิติไปยิ่งกว่าคือตอนจบพระราชพิธี ในหลวงลุกขึ้นยืนโบกพระหัตถ์ให้เหล่าพสกนิกร พร้อมด้วยสมเด็จพระราชินี พระพักตร์ของท่านที่ยิ้มให้ ท่ามกลางประชาชนที่ต่างโบกธงกล่าว "ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ" ด้วยความดีใจ บ้างก็ร้องไห้ ผมเห็นภาพเหล่านี้ในทีวีแล้วขนลุกมากครับ นับเป็นภาพในประวัติศาสตร์ ที่นานๆผมจะได้เห็นเหมือนกัน

"ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน มีพระพลานามัยที่แข็งแรง สมบูรณ์ ทรงพระเกษมสำราญ มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน อยู่เป็นมิ่งขวัญเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรแก่พสกนิกรชาวไทย ให้อยู่อย่างสงบร่มเย็นตลอดกาลนานเทอญ"

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

พระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชสมภพเมื่อวันจันทร์ที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๐
ณ เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา
ทรงมีพระนามเดิมว่า พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดช

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร-
รามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๙
ขณะนั้นพระเจ้าอยู่หัวมีพระชนมพรรษา ๑๘ พรรษาเศษ

ทรงเสด็จขึ้นสู่พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๔๙๓ กับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ธิดาของกรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถและหม่อมหลวงบัว กิติยากร ต่อมาวันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ พระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นสู่พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ ๙ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงเปล่งพระปฐมบรมราชโองการว่า


เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม
หลังจากนั้น มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สถาปนาสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์
ขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี

พระราชพิธีบรรพชาอุปสมบทของในหลวง จัดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๙ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และ ณ พระอุโบสถพระพุทธรัตนสถาน ในพระบรมมหาราชวัง ทรงลาพระผนวชเมื่อวันจันทร์ที่ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๙ รวมระยะเวลาที่พระองค์ทรงผนวชอยู่ ๑๕ วัน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ทรงมีพระปรมาภิไธย (ในพระสุพรรณบัฏ) ดังนี้คือ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรามาธิบดี
จักรีนฤบดินทรสยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร พระปรมาภิไธยย่อ ภปร : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมราชาธิราช

ตลอดรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
นับตั้งแต่ได้เสด็จขึ้นเสวยสิริราชสมบัติ พระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อประโยชน์สุขของประชาราษฎร์ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎร ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วทุกภาคของประเทศ ทั้งในเมืองและชนบท ทั้งในป่าลึกและยอดเขา ไม่ว่าจะเป็นที่ทุรกันดารเพียงใดหากที่นั้นมีพสกนิกรอยู่แล้ว พระองค์จะเสด็จพระราชดำเนินถึงทุกแห่ง

ในการเสด็จพระราชดำเนินทุกครั้ง พระองค์ทรงมีกล้องถ่ายภาพและแผนที่ ทรงถ่ายภาพชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรในทุกพื้นที่และทุกภูมิภาค ทรงทราบถึงความเป็นอยู่ของราษฎรเหล่านั้นโดยถ่องแท้ พระองค์จึงทรงพระราชทานพระราชดำริตั้งโครงการต่างๆ
มุ่งส่งเสริมการพัฒนาประเทศที่รัฐบาลทำอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น ด้วยหลักการให้ประชาชนมีส่วนได้รู้จักช่วยเหลือตนเอง ทวยราษฎร์ซาบซึ้งใจ ... ด้วย น้ำพระทัยจากในหลวง

ข้อมูลจากเวบไซต์ http://www.geocities.com/Tokyo/Fountain/4152/

เนื่องในวโรกาสนี้จึงขออัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ของท่านมาให้ฟังกัน ซึ่งเพลงพระราชนิพนธ์เพลงนี้ผมได้ยินมาตั้งแต่เด็กๆ สมัยก่อน ช่อง 9 รายการข่าวรับอรุณ จะเปิดเพลงนี้เป็นเพลงไตเติ้ลรายการบ่อยๆ จะได้ยินบ่อยเพราะต้องตื่นแต่เช้าไปโรงเรียน นับว่าท่านทรงมีพระอัจฉริยะภาพทางด้านดนตรีพระองค์หนึ่งเหมือนกัน

เพลงใกล้รุ่ง (Klai roong)

ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
คำร้อง: พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
ร่วมกับ ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร

ได้ยินเสียงแว่วดังแผ่วมาแต่ไกลไกล
ชุ่มชื่นฤทัยหวานใดจะปาน
ฟังเสียงบรรเลงขับเพลงประสาน
จากทิพย์วิมานประทานกล่อมใจ
ใกล้ยามเมื่อแสงทองส่อง
ฉันคอยมองจ้องฟ้าเรืองรำไร
ลมโบกโบยมาหนาวใจ
รอช้าเพียงไรตะวันจะมา
เพลิดเพลินฤทัยฟังไก่ประสานเสียงกัน
ดอกมะลิวัลย์อวลกลิ่นระคนมณฑา
โอ้ในยามนี้เพลินหนักหนาแสงทองนวลผ่องนภา
แสนเพลินอุราสำราญ
หมู่มวลวิหคบินผกมาแต่รังนอน
เฝ้าเชยชิดช้อนลิ้มชมบัวบาน
ยินเสียงบรรเลงดังเพลงขับขาน
สอดคล้องกังวานซาบซ่านจับใจ

เกร็ดน่ารู้
เพลงพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่ง: Near Dawn เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๔ ทรงพระราชนิพนธ์ในพ.ศ. ๒๔๘๙ ขณะทรงเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร ประพันธ์คำร้องภาษาไทย โดยมีพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริทรงช่วย ส่วนคำร้องภาษาอังกฤษ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านผู้หญิงนพคุณ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ประพันธ์ขึ้น และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริทรงช่วยแก้ไข แล้วพระราชทานให้วงดนตรีสุนทราภรณ์ นำออกบรรเลงครั้งแรก ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงกรมโฆษณาการ (กรมประชาสัมพันธ์ปัจจุบัน) เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘๙


ลิขสิทธิ์: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช

ผู้สนใจเพลงพระราชนิพนธ์แล้วอยากจะลองฟังดูที่เวบนี้เลยครับ

http://www.kanchanapisek.or.th/royal-music/index.th.html

ข้อมูลอ้างอิง

http://www.prdnorth.in.th/king60/ เวบไซต์ฉลองศิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี

***ตัวผู้เขียนไม่ค่อยสันทัดราชาศัพท์เท่าไรนัก หากมีอะไรผิดพลาดไป ทางผู้เขียนบล็อคขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ***

แล้วพบกันใหม่ครับ